ฺBangkokcommunity

ช๊อปปิ้ง…ตะวันนา

ศูนย์การค้า ตะวันนา เป็นศูนย์การค้าที่เปิดมาได้ไม่นานในช่วงพิษเศรษฐกิจ IMF เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2540 ศูนย์การค้าที่เริ่มเปิดตัวเองด้วยการเป็นศูนย์รวมไอที เซ็นเตอร์ในย่าน บางกะปิ แต่ย่านการค้าที่จะกล่าวถึง คือ ตลาดนัด มือสอง ตะวะนนา บริเวณโดยรอบศูนย์การค้า ซึ่งปัจจุบันขยายไปถึงด้านหลัง หากนับรวมเมืองไทยตกอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจขาลงมานานเกือบ 5 ปีแล้ว ในช่วงนั้น เพราะความต้องการหมุนเวียนเงินทองมีมาก และก่อนหน้าที่ฟองสบู่ลูกใหญ่จะแตก คนไทยใช้เงินเกินตัวมาก จับจ่ายใช้สอยฟุ่มเฟือย ของใช้ที่ไม่จำเป็น และ สินค้าแบรนด์เนม จากต่างประเทศ ก็ทะลักเข้าประเทศจนขาดดุล เมื่อของมีมากเกินความจำเป็น คนขายที่ต้องการขายของ ก็เริ่มระบายของออก ทำให้เกิดตลาดย่อยรูปแบบใหม่ขึ้นมา การเปิดท้ายขายของ เป็นแหล่งค้าขาย ที่คนเคยรวย คนแกล้งรวย หรือ คนเกือบรวยทั้งหลาย ต่างเสาะแสวงหา พื้นที่เปล่าๆ ที่แต่เดิมไม่เคยมีคนสนใจ แต่ตอนนี้กลับมีราคาค่างวด และ ตลาด ตะวันนา ก็เกิดขึ้น พร้อมๆกับการเปิด ศูนย์การค้าทางด้านเทคโนโลยี ทางฝั่งบางกะปิ ก็ตามมาติดๆ
จนถึงปัจจุบัน ตลาดนัดขายของ ตะวันนา มีผู้มาจับจ่ายใช้สอยหนาแน่นมาก เปิดทุกวัน เริ่มเปิดทยอยตั้งแต่เวลา บ่าย 2 โมง จนถึงประมาณ 3 – 4 ทุ่ม ก็เริ่มทยอยเก็บ บางวันอาจเลยไปถึงเที่ยงคืน ด้วยสินค้าที่หมุนเวียน พลัดเปลี่ยนกันไป มีทั้งสินค้าใหม่ และ เก่ามาให้เลือกหา ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่นสมัยนิยม , กระโปรง, กางเกงยีนส์ , รองเท้า , เครื่องประดับ , เครื่องแต่งกาย, น้ำหอม เครื่องใช้ไฟฟ้า, VDO VCD และ อื่นๆ อีกมากมาย จนกลายเป็นศูนย์รวมในการจับจ่ายใช้สอยขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการให้บริการจากฝีมือเฉพาะตัว อย่างเช่น การตัดผม, การเพ้นท์ เฮนน่า หรือ ศิลปินข้างถนน โชว์ฝีมือกับการวาดรูปเหมือนในราคาย่อมเยาว์ และแสงอันน้อยนิด
การจองพื้นที่ในการขาย จะสลับสับเปลี่ยนไปทุกๆ อาทิตย์ ราคาของแผงขึ้นอยู่กับการระบุตำแหน่งของแผงที่เช่า ราคาประมาณ 1,000 – 2,000 บาท ต่อ สัปดาห์ หากต้องการเช่าแผงเดิม เพื่อให้ลูกค้าจำตำแหน่งได้ ราคาก็ขยับสูงขึ้น แต่สังเกตว่า พ่อค้าแม่ขายก็หน้าเดิมทั้งนั้น
ตลาด นัด ตะวันนา อยู่ติดกับ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขา บางกะปิ และ แมคโคร สามารถจอดรถที่ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ บางกะปิ ได้
การ ดิ้นรน หาหนทางให้ชีวิตสุขสบาย เป็นทางที่ดี แต่การเกิดวิกฤตการณ์ตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา ก็ย้ำให้เราเห็นแล้วว่า การดำเนินชีวิต แบบ เศรษฐกิจพอเพียง ตาม พระราชดำรัส ของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงของเรา เป็นหนทางที่ดีอีกหนทางหนึ่ง หาเงินเพื่อกลับไปมีชีวิตเหมือนเดิม หรือ หาเงิน แล้วใช้ชีวิต แต่เพียงพอดี สิ่งไหนคือหนทางที่คุณเลือก

ช๊อปปิ้ง……ประตูน้ำ

ประตูน้ำ ย่านการค้าเก่าแก่ที่ปัจจุบัน ยังได้รับความนิยมจากเหล่าแม่ค้าขายปลีก และ ชาวต่างประเทศมากมาย ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณสี่แยก ที่ ถนน เพชรบุรี ตัดกับ ถนน ราชปรารภ พอดี เป็นแหล่งซื้อขายสินค้านานาชนิด ที่เป็นที่รู้จักมานาน แต่เดิมในแนวถนน ราชปรารภ ทางฝั่งตรงข้าม โรงแรม อินทรา เป็นตลาดสดประตูน้ำ ที่มีชื่อเสียงมาก แต่ปัจจุบันโดนกว้านซื้อ เพื่อเปิดเป็น ศูนย์สรรพสินค้าครบวงจร หากแต่เมื่อครั้นประเทศไทยเจอพิษเศรษฐกิจ เข้าช่วงวิกฤตการณ์ ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงักลง จนปัจจุบันก็ยังไม่ดำเนินการก่อสร้างใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้การค้าขายแลกเปลี่ยนบริเวณ ถนน เพชรบุรี นับจากศูนย์สรรพสินค้า โซโก้ เรื่อยมาตลอดเส้น เข้าถนน ราชปรารภ กลายเป็นแหล่งค้าขายเสื้อผ้า ของอุปโภค บริโภค ทดแทนขึ้นมามากมาย
ด้วยความที่เป็นย่านการค้าเก่าแก่ บริเวณประตูน้ำ จึงมีโรงแรม และ ศูนย์สรรพสินค้าเปิดให้บริการให้นักท่องเที่ยวต่างแดนมากมาย อาทิ ศูนย์การค้า และ โรงแรม อินทรา พันธ์ทิพย์ พลาซ่า ตลาดนายเลิศ ตึกใบหยก 1 และ 2 ตึกที่พยายามทำลายสถิติตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ หรือจะเป็นโรงแรม อมารี เวเตอร์เกท ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีขนาดเล็ก และแออัดมาก เป็นที่รู้กันว่า ทางเท้าของประตูน้ำถูกจับจองไว้ทุกตารางนิ้ว ซึ่งต่อมาทาง กรุงเทพมหานคร พยายามจัดระเบียบ แบ่งเขต ตีเส้นสำหรับร้านค้าทุกๆร้าน เพื่อให้ผู้ซื้อมีความสะดวกสบายมากขึ้น
ประตูน้ำ เป็นศูนย์รวมการซื้อขาย เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ใหญ่ พอๆ กับตลาด โบเบ๊ ตลาดค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่อยู่ริมคลอง ผดุงกรุงเกษม หากแต่สินค้าของที่ประตูน้ำจะมีราคาขายปลีกที่ขยับขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ด้วยซอยย่อยมากมาย ตลาดเก่าแก่ อย่าง ตลาดเฉลิมลาภ ประตูน้ำ ซอย 1 และ ซอย 2 ก็มีร้านค้าขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปเกิดขึ้นอยู่ดาษดื่น ซึ่งสินค้าหลายรายการที่เป็นเพียง ของทำเลียนแบบคุณภาพต่ำ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า กระเป๋า หลากหลายของใช้แทบทุกชนิด เป็นเพียงของเลียนแบบสินค้าดังเท่านั้น
บนถนน ราชปรารภ ถนนรถยนต์วิ่งขาไปมี 5 เลน ขากลับเป็น บัสเลนเพียง 1 เลน ทำให้สภาพการจราจรหนาแน่นมาก ลูกค้าที่ไปซื้อสินค้า ส่วนใหญ่จะเข้าไปจอดที่อาคารจอดรถของ ตึกใบหยก ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่สะดวกที่สุดแล้ว สำหรับคนมีรถทั้งหลาย

ประวัติของกรุงเทพ

ชื่อของเมืองแห่งนี้ คือ กรุงเทพ ซึ่งหมายความว่า เมืองแห่งเทวดา ซึ่งเป็นการตั้งชื่อตามความคิดเกี่ยวกับเมืองนี้ในแง่ จิตวิญญาณ กายภาพ และ สัญลักษณ์ เมื่อคุณได้เข้ามาในเมืองนี้เป็นครั้งแรกคุณจะพบว่ากรุงเทพเป็นมหานครที่มี ความเจริญก้าวหน้า เต็มไปด้วยตึกระฟ้า คอนโด โรงแรม ร้านค้า และศูนย์การค้ามากมาย นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่น่าดึงดูดใจเกี่ยวกับกรุงเทพ

เมืองนี้เป็นเมืองหลวงที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ถึงแม้ว่ากรุงเทพจะเป็นเมืองที่กำลังพัฒนา ที่ผู้คนในกรุงเทพไม่เคยลืมประเพณีเก่าแก่ของตน ซึ่งทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่น่าประทับใจ ท่ามกลางวัดต่างๆ ถึง 400 แห่ง คุณจะพบกับความงดงามที่มาจากแรงบัลดาลใจ และคุณจะได้เห็นความสำเร็จทางศิลปะอีกด้วย